Warm heart and Cool head

Warm heart and Cool head

บันทึก (2) จากการเรียนรู้ Inner Peace Inner Power

ชีวิตผู้คนในปัจจุบัน ต่างใช้ชีวิตแบบ 

Hot head and cold heart
คือมีความคิดร้อนรุ่มในหัวเต็มไปหมด 

พร้อม ๆ กับใจที่เลือดเย็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่แท้จริง สภาวะที่ดีต่อเราคือ Warm heart and cool head
สภาวะที่จิตใจอบอุ่นต่อกันและความสงบเย็น

ทางความคิดในหัวของเรา

 

เราสามารถสร้างสภาวะนี้ได้โดยภาวนา 

หรือ การอยู่แบบเข้าเงียบ

การภาวนาเข้าเงียบ ทำให้เรา อดทน อดกลั้น เปี่ยมปิติ 

ยินดี ต่อชีวิตของเราเอง

เราส่องกระจกกันสม่ำเสมอ ทรงผมฉันเป็นไง หน้าฉันหล่ะ 
แต่เราแทบไม่เคยส่องเข้าไปในดวงจิต ในจิตวิญญาณของเรา
เราแทบไม่เคยเห็นเข้าไปข้างใน จิตใจของเราเป็นไง 
ความคิดของเราอีก ฉันกำลังคิดอะไรอยู่หรือ 

มีประโยชน์ต่อฉันไหม ฉันกำลังคิดบวกหรือไม่
เรามีความคิดที่เป็นขยะเต็มไปหมด 

ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเลย
เราอยากรู้อยากเห็นไปหมด 
แต่สิ่งจำเป็นคือ เรากำลังคิดความคิดอะไรอยู่หรือ 

และตั้งใจจะคิดอะไร

เรามักใช้ชีวิตประจำวันที่ง่ายขึ้น เราสั่งของทางไลน์ 

เราโทรสั่งอาหาร
เราสร้างความสะดวกสบาย เพื่อประหยัดพลังงานทางกาย
แต่เราแทบไม่เคยประหยัดพลังงานทางจิตเลย 

เราคิดอะไรเต็มไปหมดที่ไร้สาระ

เราควรตั้งใจต่อการคิด
ความสงบคืออะไร เราจะทำอย่างไรให้เกิดความสงบ
"ฉันรักตัวเองไหม 

ฉันกำลังทำร้ายตนเองด้วยความคิดหรือเปล่า"

เราเอาเวลาแต่คิดว่า "ฉันยังไม่มีสิ่งนั้น ฉันยังไม่ดีตรงนี้
ฉันควรจะเป็นแม่ที่ดีอย่างไร 

ฉันควรจะทำอย่างไรกับลูกของฉัน"
เราต่างคิดสะเปะสะปะ ให้จิตเรายุ่งเหยิงตลอดเวลา

เราลองเพียงแค่จำกัดการคิด ลองคิดแค่เพียงบางคำ 

บางความคิด
เช่น ฉันมักคิดอะไร และเกิดอารมณ์ประเภทไหน
หรือลองคิด ความรักแบบคาดหวัง สร้างพันธนาการ 

สร้างความยึดมั่นถือมั่น
และความยึดมั่นถือมั่นสร้างความเศร้าโศกให้ชีวิตผู้อื่นหรือไม่อย่างไร

หรือบางทีความคิดก็หลอกเราให้คิดว่า 

ฉันควรจะจับความคิดอะไรอีกดี
ฉันยังคงคิดแย่อย่างนั้นอย่างนี้ ลูกของฉันอาจจะไม่ดีเหมือนอย่างที่ฉันเป็นหากฉันไม่จัดการลูกของฉันก่อน เราโดนความคิดหลอกเราให้คิดตลอดเวลา และล้วนเป็นขยะ

การกลับมาตื่นรู้ทางจิควิญญาณ ตระหนักรู้ว่า ฉันคือใคร
สร้างวิถีแห่งความอดกลั้นให้กับเรา ให้เราอดกลั้นเฉกเช่นต้นไม้ หากมีใครขว้างก้อนหินไปยังต้นไม้ ต้นไม้ก็ยังคงให้ดอกผล

อย่างเดิมที่เคยเป็น
ทำให้เราเผชิญหน้าต่อสิ่งที่เราต้องทำ อดทน และอยู่กับการงานแทนที่การเฝ้าพร่ำบ่น

แทนที่จะใช้พลังงานและเวลาสูญเสียไปกับความกลัว 

และการพร่ำบ่น
ทำไมเราไม่มองดูสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราจะสร้างประโยชน์ได้ 

ใช้เวลาตรงนั้น
แล้วเราจะทำให้สถานการณ์นั้นเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย
และทำให้เราใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
โดยเริ่มต้นการกลับมาสู่ความเงียบ 

ให้ภายในของเราสงบ ไม่ฟุ้ง
เราจะได้เรียนรู้ที่จะทำชีวิตของเราในวิถีที่ดีขึ้น
และได้ให้โอกาสตัวเรามองผู้อื่นได้ดีขึ้น

การฝึกคิดและอยู่กับความเงียบเช่นนี้ 
ทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง
ความแข็งแรงทำให้เราไม่ทุกข์
การคิดที่ไร้ประโยชน์เป็นพิษต่อร่างกาย
และความเจ็บป่วยก็สร้างความทุกข์อย่างแสนสาหัสให้กับเรา

แม้แต่ขณะที่เรากำลังเจ็บป่วย
การยิ้มและยังคงมีความสุขในขณะเจ็บป่วย
กลับช่วยเราให้เยียวยาได้ดีกว่า การอยู่กับความวิตกกังวล หรือ ความโศกเศร้า
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ความสุขของเราอาจทำให้คนรอบข้างที่เจ็บป่วยดีขึ้นอีกด้วย

หากใครมีอารมณ์ที่ไม่ดี มี vibration ที่ไม่ดี ก็สร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนรอบ ๆ และทำให้เขาหนีจาก เช่นพ่อแม่ที่อารมณ์ไม่ดี ลูกจึงหนี และไม่อยากสนทนา ไม่อยากอยู่ใกล้

Silence Meditation เป็นประโยชน์มากต่อสุขภาพของเรา
เพราะความคิดลบนั้นช่างเป็นพิษ

โดย Brahma Kumaris 
Mount Abu, India

ครูณา มูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รัก